Naka Intermedia
นิตยสาร - ฉบับที่ 167 ประจำเดือน มิถุนายน 2558

คอลัมน์ : พืชสมุนไพรทำเงิน
เรื่อง/ภาพ : จันทรา อู่สุวรรณ

“ข่า” พืชคนจนแต่สร้างรายได้เกินแสนต่อไร่?!!
ที่ สมุทรสาคร

nakaintermedia-v167-b1


ภาพที่ 1

“ตำบลอำแพง” อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ชาวบ้านส่วนใหญ่ยึดอาชีพเกษตรแบบผสมผสานปลูกพืชหลายชนิดรวมอยู่ด้วยกัน อาทิ มะพร้าว มะม่วง ขิง ข่า ตะไคร้ ฯลฯ และจากการที่ปลูกพืชมีความหลากหลายเช่นนี้ ทำให้เกษตรกรมีงานทำตลอดปี ใช้ประโยชน์จากที่ดินได้อย่างคุ้มค่า เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และที่สำคัญมีรายได้ทั้งรายวัน รายเดือน และรายปี โดยหนึ่งในพืชรายได้รายวันที่สำคัญก็คือ “ข่า” ซึ่งรอบปีที่ผ่านมาสามารถทำเงินแสน (ข่าเงินแสน!) ของคนตำบลอำแพง นับเป็นอีกทางเลือกการสร้างรายได้ที่น่าสนใจทีเดียว


ข่าเงินแสนนั้นจริงหรือ?!!

โดยสำนักงานเกษตรอำเภอบ้านแพ้ว ได้เก็บข้อมูลในพื้นที่มีเกษตรกรปลูกข่า243 ราย เนื้อที่ 492 ไร่ใช้ระยะปลูก 50x50 ซม.ใน 1 ไร่ จะปลูกข่าได้จำนวน 6,400 หลุม (กอ) หลังปลูก 5 - 6 เดือน สามารถขุดขายได้ โดยเฉลี่ยน้ำหนักกอละ 1.5 กก. หรือผลผลิตเฉลี่ย 9,600 กกกิ/ไร่ เมื่อขุดข่าแล้วต้องนำมาทำความสะอาดบรรจุถุงโดยจะมีพ่อค้ามารับซื้อถึงบ้าน ราคาซื้อขายกิโลกรัมละ 10 - 12 บาท (ราคาท้องตลาดปกติ) สร้างรายได้ประมาณ 115,000 บาท/ไร่/ฤดูกาลปลูก และในช่วงเดือนพฤศจิกายน – มกราคม ข่าของเกษตรกรกระทบแล้ง ผลผลิตที่ได้น้อยกว่าปกติ ทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นถึง 40-45 บาท/กก ดังนั้น คำว่า "ข่าเงินแสน" จึงเป็นไปได้ 100% เต็ม!

nakaintermedia-v167-b2


ภาพที่ 2


ผู้นำการปลูกข่าแห่งตำบลอำแพง

คุณวิชัย และคุณบุญทิ้ง เชื้อใหญ่ เกษตรกรหัวก้าวหน้าจาก ต.อำแพง บอกว่า ปลูกข่ามาตั้งแต่ปี 2540 โดยใช้พันธุ์ที่ได้จากเพื่อนบ้าน เพื่อปลูกไว้กินเองเหลือจากกินก็นำไปขาย ปรากฏว่าตลาดมีความต้องการสูง จึงสนใจหันมาปลูกข่ากัน โดยข่านั้นเป็นพืชที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็ว ลงทุนต่ำ การดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก โรค-แมลงรบกวนน้อย และที่สำคัญให้ผลตอบแทนสูงเพราะตลาดยังมีความต้องการมาก ขนาดที่ ต.อำแพง มีการปลูกข่ากันจำนวนไม่น้อย แต่ผลผลิตก็ยังไม่พอต่อความต้องการของตลาด นอกจากนี้คุณวิชัยยังบอกด้วยว่า ข่าเป็นพืชคนจน เกษตรกรส่วนใหญ่มักไม่สนใจ ตนจึงเลือกปลูก “ข่าเหลือง” เป็นเจ้าแรกเมื่อหลายปีก่อน ในระยะแรกไม่มีคู่แข่งการตลาดก็ไม่มีปัญหา ต่อมามีเพื่อนเกษตรกรปลูกข่ามากขึ้น จนถึงทุกวันนี้ปลูกกันมากคู่แข่งก็มากขึ้น จึงต้องพัฒนาด้านคุณภาพมากยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่มีปัญหาเรื่องการตลาด เพราะผลผลิตมีมากคนรับซื้อก็มาก การกระจายสินค้าก็มากตามไปด้วย


nakaintermedia-v167-b3


ภาพที่ 3

การปลูกข่า : จะต้องวางแผนการผลิตให้สามารถออกสู่ตลาดได้ตลอด แหล่งน้ำต้องเพียงพอ ดินที่ปลูกควรระบายน้ำดี น้ำไม่ท่วมขัง ไม่อุ้มน้ำ เพราะจะทำให้เกิดปัญหาโรครากเน่าได้ และควรปรับปรุงดินด้วยการใส่ปุ๋ยหมัก หรือใส่แกลบเพิ่มความร่วนซุยให้แก่ดิน จะทำให้ได้ข่าเหง้าโต น้ำหนักดี ใช้ระยะปลูก 50x50 ซม. ขุดหลุมขนาด 30x30x20 ซม. ใน 1 ไร่จะปลูกได้ 6,400 หลุม รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก 1 กระป๋องนม การคัดเลือกพันธุ์ที่มีอายุ 8 เดือนขึ้นไป มีตาสมบูรณ์ ไม่มีโรค-แมลงรบกวน แบ่งเหง้าพันธุ์แต่ละเหง้าให้มีตา 3-5 ตา ใช้เหง้าพันธุ์ประมาณ 1,500 - 2,000 กก./ไร่ หรือเท่ากับเหง้าพันธุ์ 1 กก. ต่อ 3 หลุม จากนั้นนำเหง้าพันธุ์มาชุบด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อราก่อนปลูก การปลูกให้ฝังเหง้าพันธุ์ลึก 5-7 ซม. ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ แต่ถ้าใช้ต้นพันธุ์ที่เพาะกล้าไว้ในถุงพลาสติก ขนาด 8x10 นิ้ว ก็จะใช้ 1 ถุงต่อ 1 หลุมใน 1 ไร่ ใช้ต้นกล้า 6,400 ถุง

การดูแลรักษา : สิ่งที่สำคัญคือ ต้องคอยกำจัดวัชพืช อย่าให้ขึ้นรกท่วมแปลงปลูก สำหรับคุณวิชัยจะใช้วิธีการถอน จะไม่ใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชเพราะจะมีผลกระทบต่อข่าและมีสารพิษตกค้าง และไม่ใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชใดๆ จึงรับรองได้เรื่องความปลอดภัยจากสารพิษ

การใส่ปุ๋ย : ก่อนปลูกรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก หลังปลูก 3 เดือน และ 4 - 5 เดือน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 โดยการโรยบางๆ รอบโคนต้น และควรหาแกลบกาแฟหรือเศษหญ้าแห้งคลุมโคน จะทำให้ข่าเหลืองเจริญเติบโตดี เหง้าโตขนาดจัมโบ้ สิ่งสำคัญในการปลูกข่า คือ ขาดน้ำไม่ได้ และดินแฉะเกินไปก็ไม่ได้ เพราะจะทำให้เกิดโรครากเน่า ส่วนปัญหาโรค-แมลงน้อย เพราะข่ามีกลิ่นเฉพาะตัวที่ช่วยขับไล่แมลง

การเก็บเกี่ยว : เมื่อข่าเหลืองอายุได้ 5-6 เดือน ก็สามารถขุดขายได้ วิธีการขุด โดยใช้จอบหรือเสียมขุดขึ้นมาทั้งกอ ตัดใบทิ้ง แล้วนำมาทำความสะอาดลอกกาบ ล้างดินและต้องคอยระวังอย่าให้ช้ำ จากนั้นนำมาตัดแต่งราก ตัดแต่งลำต้นและบรรจุถุงรอการจำหน่าย


nakaintermedia-v167-b4


ภาพที่ 4

คุณวิชัย บอกว่า โดยเฉลี่ยข่าจะให้ผลผลิตกอละ 1.5 กก. หรือใน 1 ไร่จะได้น้ำหนักประมาณ 9,600 กก.ขายได้ 12 บาท/กก. จะมีรายได้เฉลี่ยเท่ากับ 115,200 บาท/ไร่ ซึ่งใช้เวลาเพียง 5 - 6 เดือนเท่านั้น และในช่วงที่เก็บเกี่ยวก็จะปลูกใหม่ทดแทนไปทันที จะไม่ปล่อยให้พื้นที่ว่าง จึงทำให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดได้ตลอดปี

ตลาดกระแสตอบรับดี

คุณวิชัย ยังบอกด้วยว่า การตลาดไม่มีปัญหา มีพ่อค้ามารับซื้อถึงบ้าน ในระยะแรกเมื่อ 7 - 8 ปีก่อน ปลูกข่ากันน้อยพ่อค้าไม่ค่อยรู้จัก ต่อมาเมื่อมีการขยายปลูกกันทั้งตำบล จึงทำให้ดึงดูดพ่อค้าเข้ามาถึงพื้นที่ ปัจจุบันมีพ่อค้าเข้ามาซื้อข่าและพืชผักชนิดอื่นด้วย เช่น ชะอม ทุกวัน ๆ ละ 7 - 10 คันรถ สำหรับของตนเองจะขายเฉพาะข่า ราคาที่ขายได้กิโลกรัมละ 10 - 12 บาท แต่ในช่วงฤดูแล้งราคาจะแพงถึงกิโลกรัมละ 40-45 บาทสำหรับด้านการตลาดไม่มีปัญหา พ่อค้ามาแย่งกันซื้อเพราะช่วงฤดูแล้งข่าขาดตลาด

นับว่า “ข่าเหลือง” ของตำบลอำแพง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร สามารถสร้างเงิน สร้างงานให้กับเกษตรกรได้ จนเรียกว่า "ข่าเงินแสน" ก็ไม่ผิด แถมข่าเหลืองที่นี่ปลูกแบบปลอดสารพิษอีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณวิชัย-คุณบุญทิ้ง เชื้อใหญ่ บ้านเลขที่ 106/1 ต.อำแพง อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร โทร. 080-937-9343